นครปฐม040468ยุติธรรม ลุยแก้ปัญหาหนี้ภายใต้ “มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม” ปีที่ 2 กระทรวงยุติธรรม จัดงานมหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม” ปีที่ 2 เพื่อให้ประชาชนที่เป็นหนี้ ลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล เช่าซื้อ ลิสซิ่ง ที่ผิดนัดชำระหนี้เข้าเกณฑ์ฟ้อง หรือไม่มีกำลังผ่อนชำระตามสัญญา เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับการวางแผน และสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ประชาชน วันที่ 4 เมษายน 2568 ที่หอประชุมสิริวรปัญญา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม จังหวัดนครปฐม นายยู่สิน จินตภากร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม” ปีที่ 2 จังหวัดนครปฐม โดยมี นางสาวดวงดาว เกียรติพิศาลสกุล รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นผู้กล่าวรายงาน และนายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวต้อนรับจากสถานการณ์ภาวะหนี้ของประเทศไทย กระทรวงยุติธรรม ได้รับนโยบายจากนายกรัฐมนตรี ดำเนินการตามมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ภายใต้ปรัชญาที่จะไม่ขัดต่อวินัยทางการเงิน และไม่ทำให้เกิดภาวะภัยทางจริยธรรม (Moral Hazard) ของผู้มีภาระหนี้สิน โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ ดำเนินการไกลเกลี่ยข้อพิพาท อีกทั้งต้องเกิดจากความสมัครใจ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทุกฝ่าย สร้างการตระหนักรู้ และเข้าใจ เพื่อเลือกใช้การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ในการยุติข้อพิพาททางแพ่ง และข้อพิพาททางอาญาตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทพ.ศ. 2562 ประกอบด้วย การไกล่เกลี่ยหนี้สินก่อนฟ้อง ตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 และหลังศาลมีคำพิพากษา ตามระเบียบกรมบังคับคดี ว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2558 เพื่อให้ประชาชนที่เป็นหนี้ ลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล เช่าซื้อ ลิสซิ่ง ที่ผิดนัดชำระหนี้เข้าเกณฑ์ฟ้อง หรือไม่มีกำลังผ่อนชำระตามสัญญา เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับการวางแผน และสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ประชาชน เป็นเกราะป้องกันปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนต่อไป
ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมได้จัดงาน“มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีแห่งความ เป็นธรรม” ปีที่ 1 มาแล้วทั้ง 76 จังหวัด จำนวน 89 ครั้ง ช่วยเหลือลูกหนี้ได้ จำนวน 132,303 ราย จำนวนทุนทรัพย์ 23,901.84 ล้านบาท แยกเป็นลูกหนี้ก่อนฟ้อง ช่วยเหลือได้ 66,172 ราย ทุนทรัพย์ จำนวน 11,217.04 ล้านบาท ลูกหนี้หลังศาลมีคำพิพากษา ช่วยเหลือลูกหนี้ไม่ให้ถูกยึดทรัพย์และอายัดทรัพย์ จำนวน 66,131 ราย ทุนทรัพย์ จำนวน 12,684.8 ล้านบาท สำหรับลูกหนี้ กยศ. ครั้งที่ผ่านมา มีการคำนวนยอดหนี้ใหม่ 3.65 ล้านบัญชีเสร็จแล้ว ผู้กู้ 2.98 ล้านราย ได้รับประโยชน์ ช่วยลดหนี้ผู้กู้เป็นเงินกว่า 56,326 ล้านบาท ปลดภาระผู้ค้ำได้ 2.8 ล้านรายการขับเคลื่อนโครงการ มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม ปีที่ 2 มีรูปแบบการดำเนินงาน ดังนี้(1) การจัดงานรูปแบบ Events โดยการบูรณาการร่วมกันระหว่าง กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมบังคับคดี และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เช่น รูปแบบการจัดงานวันนี้ ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ รวม 47 ครั้ง โดยครั้งแรก กระทรวงยุติธรรมเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 21 – 22 ธันวาคม 2567 ครั้งที่ 2 – 17 กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เป็นเจ้าภาพจัดงาน ครั้งที่ 18 – 24 กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับกรมบังคับคดี และสำนักงานยุติธรรมจังหวัด เป็นเจ้าภาพจัดงาน ทั้งนี้ ในการจัดงาน 24 ครั้งที่ผ่านมามีลูกหนี้ขอไกล่เกลี่ยกว่า 30,000 ราย ทุนทรัพย์กว่า 4,500 ล้านบาท ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน กว่า 1,900 ล้านบาท และปลดผู้ค้ำประกัน 27,000 ราย (2) การจัดกิจกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ ตามบริบทของพื้นที่ โดยสำนักงานยุติธรรมจังหวัด สำนักงานบังคับคดีจังหวัด และภาคีในพื้นที่ (3) การจัดการไกล่เกลี่ยหนี้ และปรับโครงสร้างหนี้ ผ่านระบบออนไลน์ โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมบังคับคดี และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
สำหรับการจัดงานในจังหวัดนครปฐมในครั้งนี้ กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 4 – 5 เมษายน 2568 จำนวน 2 วัน ซึ่งกระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมบังคับคดี สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครปฐมสำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครปฐม ร่วมบูรณาการ กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และสถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ได้เชิญชวนลูกหนี้เข้าร่วมงานทั้ง 2 วัน จำนวนกว่า 6,286 ราย ทุนทรัพย์รวม 512 ล้านบาท โดยสถาบันการเงิน และธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมจัดการไกล่เกลี่ย และปรับโครงสร้างหนี้ ประกอบด้วย กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.), ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารออมสิน, บริษัท บริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด, บริษัท บริหารสินทรัพย์ เจ จำกัด, บริษัทเจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิชเซ็ส จำกัด (มหาชน), กรมส่งเสริมสหกรณ์จังหวัดนครปฐม, กรมการพัฒนาชุมชน (กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี), สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร, สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครปฐม และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโดยผู้เข้าร่วมงานจะได้รับประโยชน์ในกรณีก่อนฟ้อง คือ การผ่อนผันการชำระหนี้ ลดเบี้ยปรับลดดอกเบี้ย ลดค่างวดรายเดือนงดฟ้องดำเนินคดี และรับเงื่อนไขปลดผู้ค้ำประกัน สำหรับในส่วนของชั้นบังคับคดี หรือหลังคำพิพากษา ประโยชน์ที่จะได้รับคือการขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ ลดเบี้ยปรับ ลดจำนวนเงินผ่อนชำระหนี้ งดยึดทรัพย์ งดขายทอดตลาด ลูกหนี้จะไม่ถูกบังคับคดี และยังมีสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย
ปนิทัศน์ มามีสุข นส.ปณิดา มามีสุข จ.นครปฐม 092-5462794